วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Cakes| Brownies|New York Cheesecake Brownies

New York Cheesecake Brownies ส่วนผสมชีส

- ครีมชีส 1 ก้อน (250 กรัม )
- นมข้นหวาน 1 ถ้วย
- เนยละลาย 2 ชต. 25 กรัม
- ไข่ 1 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาวประมาณ 1 ลูกไม่ใหญ่
ส่วนผสมบราวนี่

- แป้งอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย
- น้ำตาล 1 1/2 ถ้วย
- เนยละลาย 133 กรัม
- วิปครีมหรือนมสด 2 ช้อนโต๊ะ
- โกโก้ผง 1/3 ถ้วย
- วนิลา 1 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา

เริ่มทำจากส่วนของบราวนี่ก่อน


วิธีทำส่วนบราวนี่

- ทาน้ำมันให้ทั่วพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 9 นิ้ว

- ตัดกระดาษไขรองก้นพิมพ์ทาน้ำมันไว้

- ร่อนแป้งกับผงฟู 2 รอบ


- นำเนยไปละลายในไมโครเวฟ แล้วนำออกมาใส่โกโก้คนๆให้เข้ากัน
- ใช้ตะกร้อมือตีไข่กับน้ำตาลให้เข้ากัน

- ใส่โกโก้ที่ผสมกับเนยลงไป คนๆ ให้เข้ากัน
- ใส่แป้งที่ร่อนรวมกับผงฟูลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน - นำส่วนผสมเทลงพิมพ์ที่รองกระดาษไขและทาน้ำมันไว้แล้ว

ให้เหลือส่วนผสมไว้ประมาณ 1 - 2 ทัพพี

เพื่อเอาไว้ทำหน้าหินอ่อนบนซีส พักส่วนบราวนี่ไว้ในพิมพ์ก่อน


- ไปเปิดเตาอบไว้ที่ 165 องศาซี รอไว้







วิธีทำส่วนชีส


- นำครีมชีสมาวางไว้ให้หายเย็นสัก 2 ชั่วโมง
แล้วนำมาตีด้วยความเร็วสูงกะน้ำตาล เนยละลาย แป้งข้าวโพด ให้เนียน


- ค่อยๆ ใส่นมข้นหวานลงไป ตีให้เข้ากัน
ใส่น้ำมะนาวลงไป
เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี
ใส่ไข่ลงไปตีให้เนียนฟูเป็นเนื้อเดียวกัน

- เอาส่วนผสมครีมชีสที่ตีเข้ากันแล้วมาใส่ลงในพิมพ์ ทับบนส่วนผสมบราวนี่

- นำส่วนผสมบราวนี่ที่เหลือมาราดลงไปให้เป็นลายคล้ายหินอ่อน
- เสร็จแล้วนำเข้าอบไฟ 165 องศา ประมาณ 80 นาที จนหน้าขนมเหลือง
หรือจะเช็คสุกด้วยการใช้ไม้เสียบลูกชิ้นก็ได้
คือไม้ต้องไม่มีของเหลวติดขึ้นมาจะแสดงว่าขนมสุกแล้ว
ทิ้งขนมที่สุกค้างไว้ในเตาอบจนขนมเย็น

ค่อยเอามีดกรีดรอบพิมพ์ทุกด้านแล้วคว่ำพิมพ์เพื่อนำขนมออกมา


- นำเข้าไปแช่ในตู้เย็นสัก 1-2 ชั่วโมงค่อยนำมาตัดจะทำให้ตัดได้สวย

ขนม|เผือกกวน|Taro Pudding


เผือกกวน Taro Pudding





ส่วนผสม
เผือกดิบ 500 กรัม
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปึก 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ล้างเผือกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ นำไปนึ่งจนสุก แล้วบดหรือยีให้ละเอียด
2. แบ่งหัวกะทิเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งผสมน้ำตาลทราย น้ำตาลปึกเกลือป่นลงในกระทะทองตั้งไฟอ่อนๆ
3. ใส่เผือกที่บดไว้ ลงกวนในกระทะทอง กวนจนกะทิลดลงค่อยๆ เติมหัวกะทิส่วนที่เหลือกวนต่อไปจนหัวกะทิหมด และเผือกกวนแห้งขนาดพอปั้นได้ยกลง
4. ปั้นหรือใส่พิมพ์ตามต้องการ

ขนม|เผือกกวน|สูตรมาการีน

เผือกกวน


ส่วนผสม

1. เผือกนึ่งสุก 2 กิโลกรัม

2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม

3. เนยหรือมาการิน 3 ขีด


วิธีทำ

1. นำเผือกล้างให้สะอาดปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นึ่งให้สุก

2. นำเผือกมาบดให้ละเอียด

3. นำไปกวนกับน้ำตาลทราย และเนยจนเหนียว และร้อนจากกระทะ

4. นำมาอัดใส่พิมพ์ บรรจุใส่ถาด

ขนม|เผือกกวน|แบบ 1

เผือกกวน

ส่วนผสม
เผือก 1 กิโลกรัม
กะทิ 6 ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.ล้างเผือก นึ่งให้สุก ปอกเปลือก โขลกให้ละเอียด
2.ผสมกะทิกับน้ำตาล ตั้งไฟ ใส่เผือกที่โขลกไว้ กวนให้เหนียวด้วย


http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-4/no16-20-34/kanomthai/sec15p02.html

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขนม|หม้อแกง|สูตร 'แม่สมาน'

ขนมหม้อแกง สูตร “ แม่สมาน”

ขนมหม้อแกง สูตร “ แม่สมาน”
สูตรนี้เป็นสูตรที่ใช้ทำขายในปริมาณมาก
เป็นปริมาณที่อบครั้งละเตา ( 48 ถาด)
ผู้ที่ต้องการทำขายก็สามารถใช้สูตรนี้ได้เลย
หากจะทำรับประทานก็ให้ ทอนสูตรลงมา
โดยเอา 48 หารส่วนผสมทั้งหมดส่วนผสม
1. ไข่ 90 ใบ
2. น้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลมะพร้าว 4 กิโลครึ่ง
3. กะทิ ที่คั้นจากมะพร้าว 12 กิโลกรัม
โดยไม่ใส่น้ำผสม คั้นให้ได้กะทิ 3 กิโลครึ่ง
4. แป้งข้าวจ้าว 4 ขีด
5. หากต้องการให้เนื้อขนมข้นและแข็งกว่าปกติ
ให้ใส่เผือกต้มป่นละเอียด 3 กิโลกรัม ขนมก็จะมีรสเผือก
ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่
วิธีทำ
1.เปิดเตาอบอุ่นเตา ด้วยความร้อน 200 องศา
2.ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ในเครื่องผสมปั่นผสมให้เข้ากัน
กรองด้วยผ้าขาวบาง สองถึงสามครั้ง
ส่วนผสมจะเข้ากันดีจนเนื้อเนียนเป็นครีม
ทุกครั้งที่กรองเสร็จให้ตักเอาส่วนผสมที่ค้างอยู่ในผ้ากรองทิ้งไป
3.ตักส่วนผสมใส่ถาด ไม่ต้องให้เต็ม เพราะขนมจะฟูขึ้นอีก
4.อบด้วยไฟ 200 องศาจนขนมขึ้นฟู
และหน้าขนมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน
ให้ลดไฟลงเหลือ 150 องศา จนขนมสุก
หน้าขนมเป็นสีเหลืองทอง

เคล็ดลับ
• ที่ต้องลดไฟก็เพื่อไม่ให้หน้าขนมแตก
ให้คอยสังเกตดู หากขนมเริ่มฟูขึ้นมาก
ให้เปิดฝาเตาอบเพื่อระบายความร้อนสักพัก
ประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงนำเข้าอบใหม่ ด้วยไฟ 150 องศา
• วิธีดูว่าขนมสุกหรือยัง
ดูที่สีของหน้าขนมไม่ได้
เพราะหากไฟบนแรง หน้าขนมจะมีสีเข้มมาก
แต่ขนมที่ก้นถาดอาจยังไม่สุก
การที่จะทดสอบให้เขย่าตะแกรงที่รองถาดในเตาอบ 2-3 ครั้ง
หากหน้าขนมแกว่งไปมาตามแรงเขย่า แปลว่าด้านล่างยังไม่สุก
ต้องอบต่อสักพัก ถ้าเขย่าแล้วหน้าขนมนิ่ง แปลว่าสุกดีแล้ว

• ถ้าขนมด้านล่างยังไม่สุก แต่หน้าขนมสีเข้มมากแล้ว
ให้ลดไฟบนเปิดแต่ไฟล่าง มิฉะนั้นขนมหม้อแกงจะหน้าไหม้ แต่ไม่สุก
หลายคนอ่านมาถึงตอนนี้ ก็พากันถอดใจโบกมือลาแล้ว
ที่ป้าเล่ามานี้ เป็นวิธีที่ชาวบ้านใช้กัน
หากเราทำรับประทานเองที่บ้าน
เราสามารถนำเอาวิธีอบ คาราเมล คัสตาด มาใช้ได้
ด้วยการตั้งถ้วยขนมไว้ในถาดที่ใส่น้ำอุ่นจัดอยู่
แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้เวลาเท่ากับอบคัสตาด
คนทำขนมหม้อแกงเมืองเพชร มีความอดทนมาก
แต่ละเตาที่อบต้องใช้เวลานาน เกือบ 3 ชั่วโมง
จึงจะได้ขนมหม้อแกงหน้าสีเหลืองทองสวยงาม
อย่างที่เราแวะซื้อมารับประทานกัน
เพราะต้องคอยพักขนมให้เย็นก่อนที่หน้าจะไหม้
และนำเข้าอบใหม่ หลายครั้ง
ดังนั้นหากเขาจะขายแพงสักหน่อยก็อย่าไปว่าเขาเลย
ร้านขนมหม้อแกงที่เมืองเพชรมีหลายร้าน มีชื่อเป็น “ แม่” ทั้งหลาย
เช่น แม่สมาน แม่กิมไล้ แม่กิมลั้ง แม่กิมลุ้ย แม่บุญสม แม่สงวน แม่ละเมียด แม่บุญล้น
ส่วน “ พ่อ” ก็มีสองร้านคือ พ่อเข่ง กับ พ่ออำนวย
พ่อเข่งนี่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ส่วนพ่ออำนวยเป็นคนแก่ ซึ่งไม่อยู่แล้ว แต่ครอบครัวก็ยังทำขายกันต่อๆมา รสชาติอร่อยแบบพื้นบ้านจริงๆ

ขนม|ข้าวตู|สูตรคุณยาย

ข้าวตู

ข้าวสุกตากแห้งคั่วบดละเอียด 200 กรัม (เอาข้าวที่เหลือมาทำก็ได้)
มะพร้าวขูดขาว 300 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 400 กรัม
น้ำ 375 กรัม

วิธีทำ
ละลายน้ำตาลปี๊บกับน้ำเข้าด้วยกัน
ต้มจนเดือดใส่มะพร้าวขูดขาว
กวนผสมต่อจนมะพร้าวเหนียว
เติมเนยสดชนิดเค็ม และข้าวคั่ว
กวนผสมให้เข้ากันจึงยกลง

พักไว้จนเย็นสนิท ปั้นข้าวตูเป็นลูกกลม
กดลงพิมพ์รูปแบบตามต้องการ
อบด้วยเทียนอบ (หากชอบ)

ขนมกล้วย|สูตรครัวไกลบ้าน


ส่วนผสมสูตรครัวไกลบ้าน
กล้วยน้ำว้าสุก 20 ลูก
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
แป้งมัน 1/2 ถ้วย
มะพร้าวขูด 300 กรัม
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ปอกกล้วย หั่นหยาบๆ นำไปบดให้เละ ๆ (หยาบหรือละเอียดตามชอบ)
2. แบ่งมะพร้าวไว้ 1/2 ถ้วย สำหรับโรยหน้าส่วนที่เหลือคั้นกะทิให้ได้ 1 ถ้วย
3. ผสมกล้วย แป้งข้าวจ้าว แป้งมัน มะพร้าวขูด 3/4 ถ้วย (แบ่งมาจากที่กันไว้ 1/2 ถ้วย) น้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ผสมไว้ให้เข้ากัน
4. ทั่วไปจะใช้ใบตอง แต่มันมืดแล้วไม่ได้ตัดไว้ เลยใช้ถ้วยวุ้นแทน ตักขนมกล้วยใส่ โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด นึ่งนาน 25-30 นาที ยกลง
ทิ้งให้เย็นแล้วแกะออกจากถ้วยรับประทานได้วิธีดูว่าขนมสุกหรือไม่
ขนมกล้วย ถ้าสุกแล้วเนื้อขนมจะใสเป็นเงา
ถ้าไม่แน่ใจใช้ส้อมจิ้มดู เนื้อสุกขนมจะไม่ติดส้อม ;
วลาทำควรเลือกใช้กล้วยสุกงอมจะได้ขนมที่มีกลิ่นหอมและหวาน;
ถ้ากล้วยไม่สุกงอม ให้เพิ่มน้ำตาลทราย 1 -2 ช้อนตามชอบ...
ถ้าชอบแบบเหนียว ๆ ก็บดกล้วยให้ละเอียด แล้วนึ่งนาน ๆ


ปลอกกล้วย


ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน



ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ



ใส่มะพร้าวขูด



ตักใส่ถ้วย นำไปนึ่ง






25 - 30 นาที ดูว่าสุกหรือยัง ใช้ส้อมจิ้มดู


สุกแล้ว




ใส่กล้วยเยอะเลย สีสวยซะด้วย
ห่อขนมกล้วยมันไม่สวยเลยเพราะขี้เกียจทำจ้ะ
แต่ข้างในรับรองว่าอร่อยจ้า